องค์การบริหารส่วนตำบลบ่อใหญ่ อำเภอบรบือ จังหวัดมหาสารคาม :www.boyailocal.go.th

 
 

 

 

 


บทความ คู่มือวัยเก๋ารู้ทันภัยไซเบอร์ รู้ทันกลโกงออนไลน์ ปลอดภัย ไม่ตกเป็นเหยื่อมิจฉาชีพ


บทความ คู่มือวัยเก๋ารู้ทันภัยไซเบอร์ รู้ทันกลโกงออนไลน์ ปลอดภัย ไม่ตกเป็นเหยื่อมิจฉาชีพ
ทุกวันนี้ เพียงเสียงโทรศัพท์หนึ่ งสาย หรือข้อความหนึ่ งข้อความ อาจกลายเป็นจุดเริ่ มต้น
ของการสูญเสียเงินเก็บทั้งชีวิตได้โดยไม่รู้ตัว มิจฉาชีพในยุคดิจิทัลไม่ได้ใช้เพียงการข่มขู่หรือหลอกลวงแบบเดิม
อีกต่อไป แต่มีการปรับเปลี่ยนวิธีการให้แนบเนียนและสมจริงมากขึ้น ทั้งการแอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่รัฐ ตำรวจ
ธนาคาร คนรู้ จัก หรือแม้แต่การเข้ามาพูดคุยสร้างความสัมพันธ์ผ่านโลกออนไลน์ เพื่ อหลอกเอาเงิน
ข้อมูลส่วนตัว หรือทรัพย์สินจากผู้เสียหาย
ปัจจุบันผู้สูงอายุจำนวนมากเริ่มใช้สมาร์ตโฟนและสื่อออนไลน์ในชีวิตประจำวันมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็น
การพูดคุยกับลูกหลาน ซื้อสินค้าออนไลน์ ติดตามข่าวสาร หรือทำธุรกรรมทางการเงิน แม้เทคโนโลยีจะช่วยเพิ่ม
ความสะดวกสบายในการใช้ชีวิต แต่ในขณะเดียวกันก็ทำให้ผู้สูงอายุกลายเป็นหนึ่งในกลุ่มเป้าหมายสำคัญของ
อาชญากรรมทางไซเบอร์
อาชญากรรมไซเบอร์ (Cyber Threat) คือ การกระทำหรือความพยายามเข้าถึงข้อมูล ระบบ หรือ
ทรัพย์สินของผู้อื่นผ่านช่องทางออนไลน์โดยมิชอบ เพื่อหลอกลวงหรือสร้างความเสียหาย ซึ่งในปัจจุบัน
มีหลากหลายรูปแบบ ตั้ งแต่แก๊งคอลเซ็นเตอร์ การหลอกลงทุน หลอกขายสินค้าออนไลน์ ไปจนถึง
การใช้ความสัมพันธ์และความสงสารเป็นเครื่องมือในการหลอกเอาเงิน สิ่งสำคัญคือ มิจฉาชีพมักไม่ได้อาศัย
เพียง เทคโนโลยี ในการหลอกลวง แต่อาศัย จิตวิทยา เข้ามาเป็นเครื่องมือสำคัญ ทั้งการสร้างความกลัว
ความรีบเร่ง ความไว้ใจ หรือความหวัง เพื่อให้เหยื่อตัดสินใจผิดพลาดโดยไม่ทันตั้งตัว
ดังนั้ น การรู้ เท่าทันกลวิธีของมิจฉาชีพ จึงถือเป็นเกราะป้องกันสำคัญที่จะช่วยลดความเสี่ยง
จากภัยออนไลน์ และช่วยให้ผู้สูงอายุสามารถใช้เทคโนโลยีได้อย่างมั่นใจและปลอดภัยมากยิ่งขึ้น

บทความ

คู่มือวัยเก๋ารู้ทันภัยไซเบอร์รู้ทันกลโกงออนไลน์ ปลอดภัย ไม่ตกเป็นเหยื่อมิจฉาชีพ

          ทุกวันนี้ เพียงเสียงโทรศัพท์หนึ่งสาย หรือข้อความหนึ่งข้อความ อาจกลายเป็นจุดเริ่มต้นของการสูญเสียเงินเก็บทั้งชีวิตได้โดยไม่รู้ตัว มิจฉาชีพในยุคดิจิทัลไม่ได้ใช้เพียงการข่มขู่หรือหลอกลวงแบบเดิมอีกต่อไป แต่มีการปรับเปลี่ยนวิธีการให้แนบเนียนและสมจริงมากขึ้น ทั้งการแอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่รัฐ ตํารวจ

ธนาคาร คนรู้จัก หรือแม้แต่การเข้ามาพูดคุยสร้างความสัมพันธ์ผ่านโลกออนไลน์ เพื่อหลอกเอาเงินข้อมูลส่วนตัวหรือทรัพย์สินจากผู้เสียหาย  ปัจจุบันผู้สูงอายุจํานวนมากเริ่มใช้สมาร์ตโฟนและสื่อออนไลน์ในชีวิตประจําวันมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการพูดคุยกับลูกหลาน ซื้อสินค้าออนไลน์ ติดตามข่าวสาร หรือทําธุรกรรมทางการเงิน แม้เทคโนโลยีจะช่วยเพิ่มความสะดวกสบายในการใช้ชีวิต แต่ในขณะเดียวกันก็ทําให้ผู้สูงอายุกลายเป็นหนึ่งในกลุ่มเป้าหมายสําคัญของอาชญากรรมทางไซเบอร์อาชญากรรมไซเบอร์ (Cyber Threat)คือ การกระทําหรือความพยายามเข้าถึงข้อมูล ระบบ หรือทรัพย์สินของผู้อื่นผ่านช่องทางออนไลน์โดยมิชอบ เพื่อหลอกลวงหรือสร้างความเสียหาย ซึ่งในปัจจุบันมีหลากหลายรูปแบบ ตั้งแต่แก๊งคอลเซ็นเตอร์ การหลอกลงทุน หลอกขายสินค้าออนไลน์ ไปจนถึงการใช้ความสัมพันธ์และความสงสารเป็นเครื่องมือในการหลอกเอาเงินสิ่งสําคัญคือ มิจฉาชีพมักไม่ได้อาศัยเพียง เทคโนโลยีในการหลอกลวง แต่อาศัย จิตวิทยาเข้ามาเป็นเครื่องมือสําคัญ ทั้งการสร้างความกลัวความรีบเร่ง ความไว้ใจ หรือความหวัง เพื่อให้เหยื่อตัดสินใจผิดพลาดโดยไม่ทันตั้งตัวดังนั้น การรู้เท่าทันกลวิธีของมิจฉาชีพ จึงถือเป็นเกราะป้งกันสําคัญที่จะช่วยลดความเสี่ยงจากภัยออนไลน์ และช่วยให้ผู้สูงอายุสามารถใช้เทคโนโลยีได้อย่างมั่นใจและปลอดภัยมากยิ่งขึ้นอาชญากรรมไซเบอร์  ๖  รูปแบบที่มิจฉาชีพนิยมใช้หลอกลวงผู้สูงอายุ

๑.  หลอกซื้อขายสินค้าออนไลน์มิจฉาชีพมักสร้างเพจปลอมบนแพลตฟอร์มออนไลน์ โดยนําภาพสินค้าจากร้านค้าจริงมาใช้ แล้วตั้งราคาถูกกว่าท้องตลาด เพื่อดึงดูดความสนใจของผู้สูงอายุนอกจากนี้ยังใช้ข้อความเร่งรัด เช่น โปรโมชั่นวันสุดท้ายหรือ สินค้าเหลือจํานวนจํากัดเพื่อให้รีบตัดสินใจซื้อโดยไม่ทันตรวจสอบ เมื่อผู้เสียหายหลงเชื่อและโอนเงินเข้าบัญชีส่วนตัว มิจฉาชีพจะปิดเพจหรือปิดช่องทางการติดต่อทันที ทําให้ไม่ได้รับสินค้าและไม่สามารถติดตามตัวได้ตัวอย่างเช่น (๑) ใช้ของราคาถูกล่อใจ  (๒)

สร้างความเร่งรีบให้รีบตัดสินใจ  (๓)  ตอบแชทสุภาพ สร้างความน่าเชื่อถือ  (๔)หลอกให้โอนเงินก่อนตรวจสอบร้านค้า

๒.  หลอกลงทุนมิจฉาชีพมักอ้างตัวเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านการเงิน ชักชวนลงทุนผ่านไลน์หรือเฟซบุ๊ก พร้อมโชว์ภาพกําไร รีวิว หรือบัญชีปลอมเพื่อสร้างความน่าเชื่อถือในช่วงแรกอาจให้ถอนกําไรได้จริง เพื่อสร้างความไว้ใจก่อนชักชวนให้ลงทุนเพิ่มทีละมาก ๆ โดยอ้างว่าเป็น โอกาสพิเศษหรือ ลงทุนรอบสุดท้ายและสุดท้ายเมื่อเหยื่อโอนเงินจํานวนมาก มิจฉาชีพจะเริ่มติดต่อไม่ได้ และปิดช่องทางหนีทันที  ตัวอย่างเช่น  (๑)  สร้างภาพเป็นผู้เชี่ยวชาญ  (๒)  ใช้รีวิวและกําไรปลอม  (๓)  ให้ได้ผลตอบแทนจริงในช่วงแรก  (๔)หลอกให้ลงทุนเพิ่มเรื่อย ๆ/

๓. หลอกให้รัก (Romance Scam)  มิจฉาชีพมักใช้รูปโปรไฟล์ปลอม เช่น ทหาร แพทย์ นักธุรกิจ หรือชาวต่างชาติ เข้ามาพูดคุยตีสนิทผ่านแอปพลิเคชันแชทในช่วงแรกจะพูดจาเอาใจ ใส่ใจ และติดต่อสม่ําเสมอ เพื่อสร้างความผูกพันทางจิตใจ  เมื่อเหยื่อเริ่มไว้ใจ จึงเริ่มอ้างปัญหาต่าง ๆ เช่น ป่วย อุบัติเหตุ เงินไม่พอ หรือส่งของมาให้แต่ติดค่าศุลกากรพร้อมขอให้โอนเงินช่วยเหลือหลายคนสูญเงินจํานวนมาก เพราะเชื่อว่ากําลังช่วยเหลือคนที่รักและไว้ใจ  ตัวอย่างเช่น  (๑)  สร้างตัวตนปลอมให้น่าเชื่อถือ  (๒)  ใช้เวลาสร้างความสัมพันธ์  (๓)  ทําให้เหยื่อรู้สึกสําคัญ  (๔)  ใช้อารมณ์และความสงสารหลอกเงิน

๔.  หลอกให้กลัว หรือแก๊งคอลเซ็นเตอร์หนึ่งในภัยไซเบอร์ที่สร้างความเสียหายมากที่สุด คือ การแอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่รัฐ ตํารวจ ธนาคารหรือหน่วยงานราชการมิจฉาชีพมักโทรศัพท์มาแจ้งว่า ผู้เสียหายมีส่วนเกี่ยวข้องกับคดีฟอกเงิน บัญชีผิดกฎหมายหรือทุจริตเงินสวัสดิการ พร้อมใช้ข้อมูลส่วนตัวจริง เช่น ชื่อ–นามสกุล หรือเลขบัตรประชาชน เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือจากนั้นจะเร่งให้โอนเงินเพื่อตรวจสอบบัญชี หรือส่งเอกสารปลอมที่มีตราครุฑผ่านไลน์เพื่อให้เกิดความกลัวจนรีบทําตามโดยไม่ทันตรวจสอบ  ตัวอย่างเช่น  (๑)  แอบอ้างหน่วยงานรัฐ  (๒)  ใช้ข้อมูลจริงสร้างความน่าเชื่อถือ  (๓)  ใช้ความกลัวและความกดดัน  (๔)  เร่งให้รีบตัดสินใจทันที

๕.  หลอกขายยา อาหารเสริม และประกันสุขภาพมิจฉาชีพมักโฆษณาอาหารเสริมหรือยารักษาโรคผ่านเฟซบุ๊ก ยูทูบ หรือไลน์ โดยกล่าวอ้างว่าสามารถรักษาโรคเรื้อรังได้ พร้อมใช้ภาพบุคคลแต่งกายคล้ายแพทย์ หรืออ้างผลวิจัยทางการแพทย์ปลอมบางกรณียังใช้รีวิวปลอมจากผู้สูงอายุ และโปรโมชั่นจํากัดเวลา เพื่อเร่งให้รีบซื้อทันที เมื่อได้รับสินค้า อาจเป็นสินค้าที่ไม่มีคุณภาพ ไม่มีเลข อย. หรืออาจเป็นอันตรายต่อสุขภาพ   ตัวอย่างเช่น  (๑)  ใช้ความกังวลเรื่องสุขภาพเป็นจุดอ่อน  (๒)  แอบอ้างบุคลากรทางการแพทย์  (๓)  ใช้รีวิวปลอมสร้างความน่าเชื่อถือ  (๔)  เร่งให้รีบซื้อผ่านโปรโมชั่นพิเศษ

๖.  หลอกรับสวัสดิการผู้สูงอายุมิจฉาชีพมักส่ง  SMS  หรือข้อความไลน์แอบอ้างเป็นหน่วยงานราชการ แจ้งว่าผู้สูงอายุมีสิทธิได้รับเงินช่วยเหลือเพิ่มเติม หรือได้รับสิทธิเบี้ยยังชีพเพิ่มในข้อความจะมีลิงก์ปลอมให้กด ยืนยันสิทธิหรืออัปเดตข้อมูลเมื่อกดเข้าไปจะให้กรอกข้อมูลส่วนตัว เลขบัญชี หรือรหัส  OTP  บางกรณีอาจอ้างว่าต้องโอนค่าธรรมเนียมก่อนรับเงิน สุดท้ายผู้เสียหายอาจสูญเสียเงินในบัญชี หรือข้อมูลส่วนตัวถูกนําไปใช้ในทางทุจริต  ตัวอย่างเช่น  (๑)  แอบอ้างโครงการช่วยเหลือจากภาครัฐ  (๒)

ใช้เรื่องเงินสวัสดิการล่อใจ  (๓)  ส่งลิงก์ปลอมเพื่อขโมยข้อมูล  (๔)  หลอกขอ  OTP  หรือข้อมูลธนาคาร  จากตัวอย่างภัยไซเบอร์ที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน จะเห็นได้ว่ามิจฉาชีพมีการพัฒนาวิธีการหลอกลวงให้แนบเนียน ซับซ้อน และเข้าถึงผู้คนได้ง่ายมากยิ่งขึ้น ทั้งการแอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่รัฐ การสร้างเรื่องเร่งด่วนให้เกิดความตกใจ หรือแม้แต่การใช้ความไว้ใจและความสงสารเป็นเครื่องมือในการหลอกเอาเงินและข้อมูลส่วนตัวจากผู้เสียหายหลายครั้ง ความเสียหายอาจเริ่มต้นจากเพียง“การรีบเชื่อ”  หรือ  “การด่วนตัดสินใจโดยไม่ทันตรวจสอบ”  การรู้เท่าทันกลโกงของมิจฉาชีพ และการมีสติก่อนดําเนินการทุกครั้ง จึงเป็นเกราะป้องกันสําคัญที่จะช่วยลดความเสี่ยงจากภัยออนไลน์ได้อย่างมีประสิทธิภาพกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นจึงขอแนะนํา“  คาถาป้องกันภัยไซเบอร์”  หลักคิดง่าย ๆ ที่ประชาชนทุกวัย โดยเฉพาะผู้สูงอายุ สามารถจดจําและนําไปใช้ได้จริงในชีวิตประจําวัน เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันทางดิจิทัลและป้องกันตนเองจากมิจฉาชีพออนไลน์ ภายใต้หลักสําคัญ  ๓  คําสั้น ๆ คือ  “ไม่เชื่อ ไม่รีบ ไม่โอน”  “ไม่เชื่อ”อย่าหลงเชื่อทันที เมื่อมีผู้ติดต่อมาแจ้งข่าวที่ทําให้ตกใจ กลัว หรือดีใจเกินจริง ควรตรวจสอบข้อมูลกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องโดยตรงทุกครั้ง  “ไม่รีบ”มิจฉาชีพมักสร้างสถานการณ์เร่งด่วนเพื่อไม่ให้มีเวลาคิด ควรตั้งสติ หยุดคิด และปรึกษาคนในครอบครัวก่อนดําเนินการใด ๆ  “ไม่โอน”  ไม่โอนเงินให้บุคคลที่ยังไม่ได้รับการยืนยันตัวตน และไม่เปิดเผยข้อมูลสําคัญ เช่น รหัส

OTP  เลขบัตรประชาชน หรือข้อมูลบัญชีธนาคารแก่ผู้อื่นเด็ดขาด  กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นมุ่งมั่นส่งเสริมความรู้ด้านการป้องกันภัยไซเบอร์แก่ประชาชนเพื่อสร้างภูมิคุ้มกันทางดิจิทัล ลดความสูญเสียจากภัยออนไลน์ และร่วมสร้างสังคมไทยให้ปลอดภัยจากอาชญากรรมทางไซเบอร์ โดยเฉพาะในกลุ่มผู้สูงอายุที่ควรได้รับการดูแลและเข้าถึงข้อมูลอย่างเท่าทัน

บรรณานุกรม

กรมกิจการผู้สูงอายุ. (2567).คู่มือรับมือภัยไซเบอร์สําหรับผู้สูงอายุ.สืบค้นจากhttps://www.dop.go.th/th/news/1/5035

ธนาคารไทยพาณิชย์. (2567).ภัยหลอกลวงผู้สูงอายุที่ควรระวัง.สืบค้นจากhttps://www.scb.co.th/th/personal-banking/fraud-fighter/update-fraud/scams-elderlyธัญพิชชา สามารถ. (2565).การตกเป็นเหยื่อทางไซเบอร์ของผู้สูงอายุ(

วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต). จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย,กรุงเทพฯ. สืบค้นจากhttps://digital.car.chula.ac.th/chulaetd/6716The Reporter. (2567).ภัยไซเบอร์กับผู้สูงอายุ: ทําไมผู้สูงวัยจึงตกเป็นเป้าหมายของมิจฉาชีพออนไลน์.สืบค้นจากhttps://today.line.me/th/v3/article/XY8g5GZองค์การบริหารส่วนตําบลบุรีรัมย์. (

2567).ประชาสัมพันธ์ภัยไซเบอร์และแนวทางป้องกันภัยออนไลน์.สืบค้นจาก

https://www.buriramlocal.go.th/public/list/data/detail/id/16291/menu/1554/page





2026-10-30
2026-10-14
2026-10-05
2026-10-01
2026-08-28
2026-08-14
2026-04-30
2026-04-09
2026-03-31
2026-03-27