บทความ คู่มือเอาตัวรอดของวัยทำงาน บริหารความเสี่ยงแบบมืออาชีพ รู้ทันกลลวง ของอาชญากรทางไซเบอร์
ในยุคปัจจุบันที่เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารก้าวเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตประจำวัน อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ นวัตกรรมและเทคโนโลยีต่างๆ ได้เข้ามาช่วยอำนวยความสะดวกในการขับเคลื่อน ทางเศรษฐกิจและการดำเนินชีวิตของประชาชนเป็นอย่างมาก แต่อย่างไรก็ตาม เมื่อความสะดวกสบาย ทางดิจิทัลเพิ่มมากขึ้นสิ่งที่เกิดขึ้นตามมา คือ อาชญากรรมทางไซเบอร์ ซึ่งมีวิวัฒนาการรูปแบบกลโกงที่ซับซ้อน และยากต่อการตรวจจับ คนส่วนใหญ่มักเข้าใจว่า ผู้ที่ตกเป็นเหยื่อของมิจฉาชีพทางออนไลน์ส่วนใหญ่ คือ กลุ่มเด็กและเยาวชน ที่ยังขาดประสบการณ์ชีวิต หรือกลุ่มผู้สูงอายุที่ตามไม่ทันเทคโนโลยีแต่จากสถิติของศูนย์รับแจ้งความออนไลน์ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และรายงานสถานการณ์ภัยไซเบอร์ในประเทศไทย ปรากฏข้อเท็จจริงว่า กลุ่มประชากรที่ตกเป็นเหยื่อและสร้างมูลค่าความเสียหายทางเศรษฐกิจสูงที่สุด คือ กลุ่มคนวัยทำงาน หรือวัยผู้ใหญ่ที่มีช่วงอายุระหว่าง ๓๐ ถึง ๔๔ ปี เป็นกลุ่มที่มีจำนวนผู้เสียหายมากที่สุด เนื่องจากเป็นช่วงวัย ที่มีรายได้และทรัพย์สินมั่นคง คนวัยทำงาน คือ ฟันเฟืองชิ้นสำคัญที่สุดในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ เป็นผู้ที่มีรายได้ มีเงินเก็บ มีเครดิตทางธุรกรรมและที่สำคัญที่สุดคือเป็นเสาหลักของครอบครัว การที่คนกลุ่มนี้ตกเป็นเป้าหมายหลัก ของอาชญากรไซเบอร์จึงมิใช่เรื่องบังเอิญ แต่เกิดจากการที่มิจฉาชีพเล็งเห็นถึงผลประโยชน์มหาศาล ที่สามารถดึงเอาไปจากเหยื่อกลุ่มนี้ได้ บทความนี้มุ่งวิเคราะห์เจาะลึกถึงภัยเงียบที่คุกคามคนวัยทำงาน เหตุผลทางจิตวิทยาและสังคมที่ทำให้คนกลุ่มนี้เปราะบางที่สุด ตลอดจนถอดบทเรียนจากคดีที่เคยเกิดขึ้น จริง ในประเทศไทย เพื่อเป็นแนวทางในการสร้างภูมิคุ้มกันและตระหนักรู้เท่าทันภัยไซเบอร์อย่างยั่งยืน
๑. สาเหตุที่วัยทำงาน เป็นกลุ่มเป้าหมายที่น่ากลัวและน่าเป็นห่วงที่สุดสามารถวิเคราะห์สาเหตุ และปัจจัยความเสี่ยงได้ดังนี้
๑.๑ มิติทางเศรษฐกิจ ที่เสียหายสูงที่สุดและอาจนำไปสู่สภาวะหนี้สินท่วมหัว วัยเด็กอาจสูญเสียเพียงเงินค่าขนมหลักร้อยหรือหลักพัน ขณะที่วัยผู้สูงอายุอาจสูญเสียเงินเก็บ ก้อนสุดท้าย แต่วัยทำงานมีความน่ากลัวที่แตกต่างออกไป เนื่องจากเป็นกลุ่มคนที่มีเครดิตทางการเงิน สูงที่สุด มีวงเงินบัตรเครดิต มีแอปพลิเคชันธนาคารที่ผูกกับบัญชีเงินเดือน และมีความสามารถในการอนุมัติ สินเชื่อ มิจฉาชีพยุคปัจจุบันจึงไม่ได้หยุดอยู่แค่การหลอกเอาเงินในบัญชีจนเหลือศูนย์บาท แต่จะใช้จิตวิทยา บีบคั้น หรือล่อลวงให้เหยื่อ ไปกู้หนี้ยืมสินมาโอนเพิ่ม เช่น การหลอกให้ทำภารกิจหรือลงทุนเพิ่มเพื่อถอนเงิน ก้อนเก่าออก เหยื่อวัยทำงานจำนวนมากจึงยอมรูดบัตรเครดิตจนเต็มวงเงิน นำรถยนต์เข้าไฟแนนซ์ หรือแม้กระทั่งนำโฉนดบ้านไปจำนอง ผลกระทบของกลุ่มวัยนี้จึงไม่ใช่เพียงแค่การหมดตัว แต่คือการติดลบ และทำให้มีหนี้สินผูกพันระยะยาว
๑.๒ มิติทางสังคม ผลกระทบลูกโซ่ต่อผู้พึ่งพิง คนวัยทำงาน คือ ประชากรกลุ่มที่เป็นเหมือนศูนย์กลางของครอบครัว ซึ่งต้องรับผิดชอบ ค่าใช้จ่ายของกลุ่มคนถึง ๓ ช่วงวัย ได้แก่ การเลี้ยงดูบุตร ซึ่งเป็นวัยเด็ก และการดูแลพ่อแม่ ซึ่งเป็นวัยสูงอายุ รวมไปถึงค่าใช้จ่ายส่วนตัว เช่น ค่าผ่อนที่อยู่อาศัย และค่าผ่อนรถยนต์ เมื่อเสาหลักของบ้านถูกมิจฉาชีพปล้น เงินไปทางอากาศ ระบบการเงินของครอบครัวจะพังทลายลงทันที บุตรอาจจะต้องออกจากระบบการศึกษา เนื่องจากผู้ปกครองไม่มีเงินจ่ายค่าเทอม พ่อแม่ในวัยชราอาจจะขาดแคลนยารักษาโรค และทรัพย์สินที่สร้างมา ด้วยน้ำพักน้ำแรงอาจถูกยึด ความเสียหายที่เกิดขึ้นกับคนวัยทำงานเพียงแค่หนึ่งคน จึงส่งผลกระทบโดยตรง ต่อคุณภาพชีวิตของสมาชิกในครอบครัวหรือกลุ่มวัยอื่นๆ อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
๑.๓ มิติทางจิตวิทยากับดักเรื่องศักดิ์ศรีและความลับ คนวัยทำงานมักมีความมั่นใจในตัวเองสูง เนื่องจากเชื่อว่าตนเองมีความรู้ความเข้าใจ ในเทคโนโลยีและข่าวสารบ้านเมืองเป็นอย่างดี ความมั่นใจนี้บางครั้งทำให้ขาดความระมัดระวัง อีกทั้งเมื่อตก เป็นเหยื่อแล้วสิ่งที่ตามมา คือ ความอับอายและกลัวเสียชื่อเสียง ไม่ว่าจะเป็นกลัวเพื่อนร่วมงานดูถูก กลัวผู้บังคับบัญชามองว่าขาดวุฒิภาวะอันอาจส่งผลต่อความก้าวหน้าในหน้าที่การงาน หรือกลัวครอบครัว ผิดหวังกับดักทางจิตวิทยานี้ทำให้เหยื่อวัยทำงานเลือกที่จะปิดบังความจริง และพยายามแก้ปัญหาเพียงลำพัง ซึ่งเข้าทางของมิจฉาชีพ ที่มักจะใช้ความลับนี้ในการข่มขู่เพื่อเรียกร้องเอาเงินเพิ่ม หรือล่อลวงให้โอนเงินเพิ่ม เพื่อเคลียร์คดี กว่าที่เหยื่อจะยอมเปิดเผยความจริงหรือเข้าแจ้งความ เงินก็ถูกโอนย้ายผ่านบัญชีม้าออกไป นอกประเทศจนยากเกินจะเยียวยา
๑.๔ มิติทางวิถีชีวิต ความเร่งรีบ และความเหนื่อยล้า วิถีชีวิตของคนทำงานในปัจจุบันเต็มไปด้วยความเร่งรีบและความเครียดจากการทำงาน ในแต่ละวันต้องจัดการกับอีเมล ข้อความ และธุรกรรมจำนวนมาก มิจฉาชีพจึงอาศัยช่องว่างนี้ในการส่งลิงก์ปลอม หรือโทรศัพท์เข้ามาหาเหยื่อในช่วงเวลาที่กำลังยุ่งล้นมือ หรือช่วงเวลาที่ร่างกายและสมองเกิดความเหนื่อยล้า เช่น ช่วงบ่ายของการทำงานหรือช่วงค่ำหลังเลิกงาน ส่งผลให้ความสามารถในการคิดวิเคราะห์และคัดกรอง หรือกลั่นกรองข้อมูลลดลงอย่างมาก
๒. กลวิธี ที่อาชญากรทางไซเบอร์มักจะใช้เพื่อโจมตีคนวัยทำงาน มิจฉาชีพมีการออกแบบสคริปต์และวิธีการหลอกลวงที่สอดคล้องกับพฤติกรรมและความต้องการ ของคนวัยทำงานอย่างเป็นระบบ โดยมีรูปแบบที่พบบ่อยและสร้างความเสียหายรุนแรง ดังนี้
๒.๑ กลโกงแอปพลิเคชันดูดเงิน มิจฉาชีพจะส่งข้อความปลอม โดยอ้างว่าเป็นหน่วยงานของรัฐ หรือองค์กรใหญ่ ชวนเชื่อเรื่องสิทธิประโยชน์หรือการตรวจสอบข้อมูล เมื่อเหยื่อหลงเชื่อกดลิงก์และติดตั้ง ไฟล์แปลกปลอม โทรศัพท์มือถือจะถูกควบคุมจากระยะไกลโดยมิจฉาชีพ หลังจากนั้น หน้าจอโทรศัพท์มือถือ จะขึ้นแสดงผลว่า โทรศัพท์มือถือกำลังอัปเดตห้ามปิดเครื่องเด็ดขาด ระหว่างนั้น มิจฉาชีพจะเจาะรหัสเข้าไปใน บัญชีธนาคารบนมือถือของเหยื่อ และโอนเงินออกไปจนหมดสิ้น
๒.๒ แก๊งคอลเซ็นเตอร์อ้างหน่วยงานบังคับใช้กฎหมาย การโทรศัพท์สวมรอยเป็นเจ้าหน้าที่ กรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือ สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน แจ้งว่าบัญชีธนาคารของเหยื่อพัวพัน กับการฟอกเงินหรือยาเสพติด โดยเน้นที่การข่มขู่ให้เกิดความกลัวและบังคับให้โอนเงินมาตรวจสอบ
๒.๓ หลอกลงทุนและทำงานออนไลน์การหลอกให้ทำภารกิจเสริม เช่น ถูกใจบทความ รีวิวสินค้า หรือการหลอกให้รักแล้วชวนลงทุนในแอปพลิเคชันเทรดสินทรัพย์ดิจิทัลปลอม โดยใช้ผลตอบแทนสูง ในช่วงแรกเป็นเหยื่อล่อ เพื่อให้เหยื่อหลงกลและลงทุนเพิ่มเป็นจำนวนมากก่อนที่จะปิดช่องทางการติดต่อไป
๒.๔ ภัยแบล็กเมล์ทางเพศและการขู่กรรโชกทรัพย์การใช้โปรไฟล์ปลอมเข้ามาตีสนิทเชิงชู้สาว นำไปสู่การวิดีโอคอลแบบลับเฉพาะ จากนั้นแอบบันทึกภาพและวิดีโอมาข่มขู่กรรโชกทรัพย์เหยื่อ เพื่อแลกเปลี่ยนเงินกับการที่จะไม่ส่งคลิปไปให้คนในที่ทำงานหรือคนในครอบครัวของเหยื่อ
๒.๕ เพจซื้อสินค้าและบริการท่องเที่ยวปลอม การสร้างเพจเฟซบุ๊กปลอมเลียนแบบโรงแรมหรู แล้วลงโฆษณาลดราคาสูง ภายในช่วงระยะเวลาที่จำกัดเพื่อกดดันให้เหยื่อ รีบทำการจองหรือโอนเงินมัดจำ
๓. เหตุการณ์จริงที่เกิดขึ้นในประเทศไทย ซึ่งแสดงให้เห็นถึงกลยุทธ์ของมิจฉาชีพและมูลค่า ความเสียหายที่เกิดขึ้นจริงกับกลุ่มวัยทำงาน ดังนี้
เหตุการณ์ที่ ๑ มหันตภัยแอปพลิเคชันดูดเงินสายการบินชื่อดัง เหยื่อซึ่งเป็นนักธุรกิจและคนทำงานกลุ่มหนึ่ง ได้รับข้อความ แอบอ้าง ชื่อสายการบินแห่งหนึ่ง ที่มีเนื้อหาแจ้งว่า เหยื่อ ได้รับมอบตั๋วเครื่องบินฟรีเนื่องในโอกาสพิเศษ โดยให้กดลิงก์เพื่อดาวน์โหลด แอปพลิเคชันมาลงทะเบียนรับสิทธิ์โดย เมื่อเหยื่อกดลิงก์ ระบบจะหลอกให้ติดตั้งไฟล์ที่สามารถควบคุมหน้าจอ โทรศัพท์มือถือจากระยะไกลได้หน้าจอโทรศัพท์ของเหยื่อจะเกิดอาการค้างหรือขึ้นข้อความว่า กำลังอัปเดตระบบ ห้ามปิดเครื่อง ในระหว่างนั้น มิจฉาชีพได้ทำการเจาะรหัสเข้าแอปพลิเคชันธนาคารและโอนเงินออกจากบัญชี จนหมดเกลี้ยง
เหตุการณ์ที่ ๒ แก๊งคอลเซ็นเตอร์แอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่ ข่มขู่ข้าราชการและบุคลากรทางการแพทย์ มิจฉาชีพโทรศัพท์หาแพทย์หญิงและข้าราชการระดับสูงรายหนึ่ง แอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่ไปรษณีย์ แจ้งว่า พบกล่องพัสดุตกค้าง ที่ภายในบรรจุพาสปอร์ตปลอมและสมุดบัญชีธนาคารผิดกฎหมาย โดย คนร้าย ส่งภาพหมายจับปลอมที่มีชื่อและนามสกุลจริงของเหยื่อ มาให้ดูทางแอปพลิเคชันไลน์ พร้อมข่มขู่ว่า หากต้องการพิสูจน์ความบริสุทธิ์ เหยื่อ จะต้องโอนเงินจากทุกบัญชีที่มีมารวมกันไว้ที่บัญชีกลางของเจ้าหน้าที่ ด้วยความตระหนกตกใจและกลัวกระทบต่อตำแหน่งหน้าที่การงาน เหยื่อจึงยินยอมโอนเงินไปรวมกว่า ๒๐ ครั้ง รวมมูลค่ากว่า ๖๐ ล้านบาท
เหตุการณ์ที่ ๓ คดีหลอกลวงลงทุนฟาร์มเห็ด บริษัทเอกชนแห่งหนึ่งได้ทำการโฆษณาผ่านสื่อมวลชนและผู้ที่มีชื่อเสียงโด่งดัง เชิญชวนผู้ที่มีเงิน เก็บมาร่วมลงทุนในโครงการเกษตรกรรมยุคใหม่ เช่น การปลูกเห็ดนางฟ้า การเลี้ยงผึ้ง และการปลูกกัญชา โดยที่ผู้ลงทุนไม่จำเป็นต้องมีความรู้ความเชี่ยวชาญหรือลงแรงเอง เนื่องจากมีทีมงานบริหารจัดการให้ทั้งหมด ขบวนการนี้สัญญาว่าจะให้เงินปันผลที่สูง ในช่วงแรกเหยื่อได้รับเงินปันผลจริงตามกำหนด ทำให้หลงเชื่อ จึงนำเงินเก็บทั้งหมดที่มีไปลงทุนเพิ่ม พร้อมทั้งชักชวนคนรู้จักมาร่วมลงทุนด้วย สุดท้ายเมื่อระดมทุน ได้จำนวนมาก บริษัทก็ได้ประกาศปิดตัวและทีมผู้บริหารได้เดินทางหลบหนีออกนอกประเทศไปมูลค่า ความเสียหายที่เกิดจากคดีนี้รวมแล้วมากกว่า ๒,๐๐๐ ล้านบาท
เหตุการณ์ที่ ๔ ขบวนการหลอกให้รักแล้วชวนลงทุนสินทรัพย์ดิจิทัล ผู้หญิงวัย ๔๐ ปี ได้รับข้อความทักทาย จากนักธุรกิจชาวต่างชาติผ่านทางแอปพลิเคชันหาคู่ โดยได้ใช้เวลาพูดคุยสร้างความสัมพันธ์ห่วงใยในชีวิตประจำวันนานนับเดือน จนเกิดความไว้วางใจและพัฒนา ความสัมพันธ์เป็นความรักออนไลน์ เมื่อผู้หญิงคนดังกล่าว เริ่มปักใจเชื่อ คนร้ายได้ชักชวนให้ลงทุน ในแพลตฟอร์มการเทรดเหรียญดิจิทัล ปลอมที่คนร้ายสร้างขึ้น โดยอ้างว่า เป็นช่องทางสร้างความมั่นคง เพื่อสร้างอนาคตและเตรียมพร้อมสำหรับใช้ในการแต่งงานร่วมกัน เหยื่อหลงเชื่อโอนเงินไปลงทุนเพิ่มทีละน้อย และเห็นตัวเลขกำไรพุ่งสูงขึ้นบนหน้าจอ จึงยอมนำเงินเก็บทั้งหมดรวมถึงการนำบ้านและรถยนต์ไปจำนอง เพื่อหาเงินมาเติมในระบบสุดท้ายเมื่อต้องการถอนเงิน ระบบแจ้งว่าต้องจ่ายภาษีเพิ่ม และคนร้ายได้ปิดช่อง ทางการติดต่อหนีไป
ข้อมูลจาก กองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บช.สอท.) กรณีจับกุมเครือข่าย แอปพลิเคชันดูดเงินแอบอ้าง สายการบิน เมื่อวันที่ ๘ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๖๖ 2 ข้อมูลจาก กรมสอบสวนคดีพิเศษ และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เมื่อวันที่ ๓๑ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๖๕ 3 ข้อมูลจาก ศาลอาญา คดีหมายเลขแดง ที่ อ.๓๘๕๗/๒๕๖๖ พิพากษาเมื่อวันที่ ๑๙ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๖๖ 4 ข้อมูลจาก กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี และสมาคมธนาคารไทย ได้เปิดเผยรายละเอียดคดีนี้เพื่อเป็นอุทาหรณ์เตือนภัยรูปแบบกลโกงแบบหลอกให้อ้วนแล้วเชือดเมื่อวันที่ ๑๖ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๖๖ - ๔ - เหตุการณ์ที่ ๕ ขบวนการขู่กรรโชกทรัพย์พนักงานออฟฟิศและวิศวกร มิจฉาชีพ ใช้บัญชีผู้ใช้ปลอม เป็นหญิงสาวหน้าตาดี ส่งข้อความเข้ามาเพื่อพูดคุยในเชิงชู้สาว เมื่อความสัมพันธ์เริ่มสนิทสนม คนร้ายได้ชวนเปิดกล้องวิดีโอคอลเพื่อทำกิจกรรมทางเพศออนไลน์ โดยคนร้าย ได้ทำการบันทึกหน้าจอ ที่เห็นใบหน้าของเหยื่อและพฤติกรรมส่วนตัวอย่างชัดเจน จากนั้นได้เปลี่ยนท่าที เป็นข่มขู่ทันที โดย ยื่นคำขาดว่าถ้าหากไม่โอนเงินให้จะส่งคลิปดังกล่าว ไปให้ภรรยาและบริษัทของเหยื่อ ดูข้อมูลจากแหล่งข่าวของกองบัญชาการสอบสวนกลาง เมื่อวันที่ ๑๕ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๖๗ ยืนยันสถิติ คดีกรรโชกทรัพย์ในลักษณะนี้ว่ามีแนวโน้มที่จะเพิ่มสูงขึ้นในกลุ่มของคนวัยทำงานที่ต้องการความเป็นส่วนตัว แต่ยังขาดความตระหนักรู้ด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์ 4. มาตรการป้องกันและแนวทางการแก้ไขปัญหา การรับมือกับภัยไซเบอร์สำหรับคนวัยทำงานหรือวัยผู้ใหญ่ จำเป็นต้องใช้มาตรการ สร้างภูมิคุ้มกัน ทางดิจิทัล ผสานเข้ากับการบังคับใช้กลยุทธ์เตือนใจเพื่อระงับและยับยั้งพฤติกรรมที่มีความเสี่ยง โดยแนวทาง ที่มีประสิทธิภาพสูงมากที่สุด คือ การบังคับใช้คาถาป้องกันภัย ไม่เชื่อ ไม่รีบ ไม่โอน ซึ่งถือเป็น เกราะป้องกันด่านแรกที่สั้น กระชับ และสามารถตัดวงจรอัตโนมัติทางจิตวิทยาที่มิจฉาชีพพยายามสร้างขึ้น ได้อย่างทันที ไม่เชื่อ คือ การวางรากฐานทางความคิดที่ไม่เชื่อหรือไม่ไว้วางใจสิ่งใดในโลกออนไลน์เอาไว้ก่อน ไม่ว่าจะเป็นสายโทรศัพท์ลึกลับ ข้อความ ลิงก์แนบ หรือโปรไฟล์คนหน้าตาดี ให้ตระหนักเสมอว่าหน่วยงานรัฐ และสถาบันการเงินที่ถูกต้องตามกฎหมาย ไม่มีนโยบายการติดต่อประชาชนผ่านทางข้อความโทรศัพท์มือถือ เพื่อให้กดลิงก์ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน และไม่มีนโยบายการให้โอนเงินมาตรวจสอบ ในทุกกรณี ไม่รีบ เนื่องจาก มิจฉาชีพเกลียดการรอคอยและการมีสติของเหยื่อ ทุกวิธีการของคนร้าย มักจะถูกออกแบบมา ให้เหยื่อเกิดความตื่นตระหนกและเร่งรัดให้ทำธุรกรรมในทันที ดังนั้น เมื่อไหร่ก็ตาม ที่รู้สึกว่ากำลังถูกเร่งรัด ให้ใช้วิธีการ ตัดบท วางสายชั่วคราว เพื่อขอเวลาหายใจและทบทวนข้อมูลอีกครั้ง โดยที่การหยุดคิดจะช่วยให้สมองส่วนหน้ากลับมาทำงานอย่างมีเหตุผลอีกครั้ง ไม่โอน คือ กฎเหล็กข้อสุดท้ายและสำคัญที่สุด เนื่องจาก เป็นการรักษาอำนาจการควบคุมเงิน ไว้ในมือของตนเอง ตราบใดที่เงินยังอยู่ในบัญชีธนาคาร มิจฉาชีพ จะไม่สามารถทำอันตรายใดๆ ต่อตัวเราได้ โดยที่จะต้องห้ามโอนเงิน ห้ามบอกรหัสผ่าน ห้ามบอกรหัสพิน ๖ หลักให้กับผู้อื่นเด็ดขาด จึงสรุปได้ว่า อาชญากรรมทางไซเบอร์ในยุคปัจจุบันมิใช่เพียงแค่ปัญหาภัยส่วนบุคคลอีกต่อไป แต่ได้ยกระดับขึ้นเป็น ภัยความมั่นคงระดับชาติที่ทำลายเสถียรภาพทางเศรษฐกิจและโครงสร้างสถาบัน ครอบครัวอย่างรุนแรง จากข้อมูลทั้งหมดจะเห็นได้ชัดเจนว่า กลุ่มคนวัยทำงานหรือวัยผู้ใหญ่เป็นกลุ่มคนที่ต้อง เผชิญหน้ากับความน่ากลัวและความอันตรายจากภัยเงียบนี้มากที่สุด เนื่องจาก เป็นมนุษย์กลุ่มเดียวในสังคม ที่มีแรงขับเคลื่อนทางทรัพย์สิน มีเครดิตทางการเงิน และแบกรับภาระความกดดัน ในฐานะเสาหลัก ของครอบครัวเอาไว้ มิจฉาชีพจึงพุ่งเป้าโจมตีไปที่จุดอ่อนทางจิตวิทยา ทั้งความโลภ ความกลัว และความอาย เพื่อสั่นคลอนสติสัมปชัญญะของคนวัยนี้ การแก้ไขปัญหาที่ยั่งยืน จึงต้องอาศัยกลไกการร่วมมือกันของสังคมทุกภาคส่วน ได้แก่ ภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาชน โดย การกระจายองค์ความรู้และสร้างความตระหนักรู้ให้เข้าถึงประชาชน ในทุกชุมชน และสิ่งที่สำคัญที่สุด คือ การเปลี่ยนผ่านจาก ความตื่นตระหนก ไปสู่ ความตระหนักรู้ โดยที่คนวัย ทำงานทุกคนจำเป็นต้องพึงระลึกอยู่เสมอว่า ในโลกดิจิทัลที่ทุกสิ่งขับเคลื่อนด้วยความเร็วสูง การหยุดคิดและหยั่งราก อยู่บนความไม่ประมาทผ่านคาถา “ไม่เชื่อ ไม่รีบ ไม่โอน” จะเป็นเกราะกำบังทางไซเบอร์ที่มีประสิทธิภาพสูงสุด ในการปกป้องเงินทอง หน้าที่การงาน และความสุขของคนที่เรารักหรือคนในครอบครัวให้รอดพ้นจากอาชญากร ทางไซเบอร์ได้อย่างปลอดภัยอย่างแท้จริง - ๕ - บรรณานุกรม ไทยรัฐออนไลน์. (2566). อ้างไลอ้อนแอร์ หลอกดูดเงินในบัญชี ทำลิงก์ปลอมให้กด เหยื่อสูญกว่า 150 ล้านบาท. สืบค้นจาก https://www.thairath.co.th/news/crime/2650801 ข่าวสดออนไลน์. (2566). ตร.ไซเบอร์ แจงอ้างเป็นจนท.ไทยไลอ้อนแอร์ หลอกกดลิ้งก์ดูดเงิน-แจกตั๋ว ฟรี เสียหาย 150 ล้าน. สืบค้นจาก https://www.khaosod.co.th/around-thailand/news_7756291 เดลินิวส์. (2566). จับผัวเมียรับจ้างเปิดบัญชีม้าให้แก๊งคอลเซ็นเตอร์ ใช้ตุ๋น 'หมอ-นักธุรกิจ' สูญ 143 ล้าน. สืบค้นจาก https://www.dailynews.co.th/news/2229100/ สำนักข่าวอิศรา. (2565). แฉกลโกงคอลเซ็นเตอร์อ้าง DSI หลอกแพทย์หญิงโอนเงินอ้างพัวพันคดีฟอก เงิน สูญนับ 100 ล้าน.สืบค้นจาก https://www.isranews.org/article/isranews-short-news/107851- isranews-354.html มติชนออนไลน์. (2566). ศาลสั่งคุก 5,585 ปี 5 จำเลย คดีฟาร์มเห็ด Turtle Farm ชดใช้เหยื่อ 1.1 พันคน กว่า 614 ล้าน. สืบค้นจาก https://www.matichon.co.th/local/news_4342328 Thai PBS News. (2566). ปิดฉากแชร์ลูกโซ่ฟาร์มเห็ด ศาลสั่งคุกกรรมการ-พวก สั่งคืนเงินผู้เสียหาย. สืบค้นจาก https://www.thaipbs.or.th/news/content/335124 กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บก.ปอท.). (2566). เตือนภัย Hybrid Scam (Pig Butchering) โรแมนซ์สแคมรูปแบบใหม่ หลอกรักชวนลงทุนคริปโทฯ. สืบค้นจาก https://tcsd.go.th/hybrid-scam-warning กองบัญชาการสอบสวนกลาง (CIB). (2567). ภัยเงียบคนทำงาน ตำรวจสอบสวนกลางเตือนภัย Sextortion วิดีโอคอลแบล็กเมล์ ขู่ประจานที่ทำงาน. สืบค้นจาก https://cib.go.th/news/sextortioncyber-blackmail ฐานเศรษฐกิจ. (2566). สถิติพุ่ง! มิจฉาชีพใช้ร่างอวตารสาวสวย ลวงวิศวกร-หนุ่มออฟฟิศอัดคลิป Cybersex ขู่รีดเงิน. สืบค้นจาก https://www.thansettakij.com/technology/technology/581240 สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) | Thai Health Promotion Foundation (ThaiHealth).(2568).สถิติชี้ชัด คนวัย 30-44 ปี โดนตกทรัพย์จากอาชญากรรมไซเบอร์พุ่งสูงมากที่สุด. สืบค้นจาก https://resourcecenter.thaihealth.or.th/content/5731-contentไทยรัฐ Money. (2566). สมาคมธนาคารไทย ร่วมมือตำรวจไซเบอร์ แถลงกลโกง "หลอกให้อ้วนแล้ว เชือด" เสียหายจำนองบ้าน-รถเทรดเหรียญปลอม. สืบค้นจาก https://www.thairath.co.th/money/economics/thailand_econ/2741105
|